Bitwise CIO คาดตลาดคริปโทอาจโตเท่าตัว หลังรายได้โทเคนเชื่อมโยงกับมูลค่า

Bitwise CIO ชี้ตลาดคริปโทอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าตัวใน 12-24 เดือน หลัง DeFi และ L1 หันมาใช้กลไกเก็บรายได้จากโทเคน
VNIX Quick Take
- Matt Hougan จาก Bitwise คาดมูลค่าตลาดคริปโทอาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวใน 12-24 เดือนข้างหน้า
- แรงหนุนหลักมาจากการที่ DeFi และ Layer-1 เริ่มนำกลไกเก็บรายได้มาเชื่อมกับมูลค่าโทเคน
- การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเปลี่ยนโทเคนจากสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไรเป็นเครื่องมือสร้างกระแสเงินสด
Bitwise ชี้ศักยภาพตลาดคริปโทอาจเพิ่มเท่าตัว หลังโทเคนเริ่มสร้างรายได้จริง
Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ Bitwise กล่าวว่า มูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวมอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้ในอีก 12-24 เดือนข้างหน้า เนื่องจากโปรโตคอล DeFi และเครือข่าย Layer-1 เริ่มนำกลไกการเก็บรายได้ (revenue-capture) มาใช้ ซึ่งจะทำให้โทเคนมีมูลค่าพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น
แนวคิดนี้มาจากการที่ปัจจุบันโทเคนจำนวนมากยังไม่มีกลไกที่จะดึงมูลค่าจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายของตน แต่เมื่อโปรโตคอลเริ่มนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับมาให้ผู้ถือโทเคนผ่านการซื้อคืน การเผาทำลาย หรือการแบ่งปันผลตอบแทน มูลค่าของโทเคนก็จะเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพของโปรโตคอลโดยตรงมากขึ้น
ปัจจัยหนุน: การเปลี่ยนผ่านสู่โทเคนที่สร้างรายได้ (Yield-Bearing Tokens)
DeFi นำร่องกลไกเก็บรายได้
โปรโตคอล DeFi หลายแห่งเริ่มทดลองกลไกที่ให้ผู้ถือโทเคนได้รับส่วนแบ่งจากค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ตัวอย่างเช่น โปรโตคอลบางแห่งใช้รายได้จากค่าธรรมเนียมเพื่อซื้อโทเคนคืนจากตลาดแล้วเผาทิ้ง ทำให้อุปทานลดลงและราคามีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับการซื้อหุ้นคืน (buyback) ในตลาดหุ้น
แนวโน้มนี้ทำให้โทเคนไม่ใช่แค่เครื่องมือเก็งกำไรอีกต่อไป แต่เริ่มมีลักษณะเหมือนหุ้นที่จ่ายเงินปันผลหรือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทน ซึ่งดึงดูดนักลงทุนระยะยาวและสถาบันที่มองหาสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด
Layer-1 หันมาใช้โมเดลที่ยั่งยืน
เครือข่าย Layer-1 หลายแห่งก็เริ่มปรับโมเดลเศรษฐกิจของโทเคนให้ยั่งยืนขึ้น โดยลดอัตราเงินเฟ้อของโทเคนที่ใช้จ่ายให้กับนักขุดหรือผู้ตรวจสอบ และหันมาใช้ค่าธรรมเนียมเครือข่ายเป็นแหล่งรายได้หลักแทน ซึ่งทำให้มูลค่าของโทเคนสะท้อนการใช้งานจริงของเครือข่ายมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น เครือข่ายที่ประสบความสำเร็จอย่าง Ethereum มีค่าธรรมเนียมที่ถูกเผาทิ้งบางส่วน ทำให้อุปทานลดลงเมื่อมีการใช้งานสูง แนวคิดนี้กำลังถูกนำไปใช้ในเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ถือโทเคนระยะยาว
ระดับที่ต้องจับตา: มูลค่าตลาดรวมและโทเคนที่มีกลไกเก็บรายได้
นักลงทุนควรจับตาดูมูลค่าตลาดรวมของคริปโทเคอร์เรนซี (Total Market Cap) ซึ่งหากเป็นไปตามที่ Hougan คาดการณ์ไว้ ก็อาจทะลุระดับสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ในปี 2021 ได้ และควรติดตามโทเคนของโปรโตคอลที่ประกาศใช้กลไกเก็บรายได้ เนื่องจากอาจมีแนวโน้ม outperform ตลาดในระยะยาว
การใช้เครื่องมือทางเทคนิคเช่น Moving Average หรือ RSI อาจช่วยให้นักเทรดมองหาจังหวะเข้าออกในสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มนี้ แต่ต้องจำไว้ว่าการวิเคราะห์พื้นฐานเรื่องรายได้และอัตราการเผาโทเคนก็สำคัญไม่แพ้กัน
มุมมองต่อนักเทรด: วิธีปรับกลยุทธ์เมื่อโทเคนเริ่มมีมูลค่าพื้นฐาน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายความว่านักเทรดควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน (fundamentals) มากขึ้น เช่น ปริมาณค่าธรรมเนียมที่โปรโตคอลสร้างได้ อัตราการเผาโทเคน และอัตราการเติบโตของผู้ใช้งาน แทนที่จะดูแค่กระแสข่าวหรืออารมณ์ตลาดเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดคริปโทยังคงสูง และการนำกลไกเก็บรายได้มาใช้ยังไม่แพร่หลายในทุกโปรโตคอล นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดแต่ละโครงการอย่างถี่ถ้วน และกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน
สำหรับผู้เริ่มต้นที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์โครงการคริปโท ควรเริ่มจาก ห้องเรียน VNIX ซึ่งมีเนื้อหาพื้นฐานเกี่ยวกับการอ่านเอกสารไวท์เปเปอร์และการประเมินมูลค่าโทเคน รวมถึงสามารถเข้าไปแลกเปลี่ยนไอเดียกับนักเทรดคนอื่น ๆ ได้ที่ ห้องสัญญาณ เพื่อฝึกฝนทักษะการวิเคราะห์
In VNIX's view
แนวคิดที่ว่าโทเคนจะเริ่มสร้างรายได้จริงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ตลาดคริปโทเติบโตอย่างยั่งยืน และอาจดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันที่มองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เรามองว่ากลไกนี้จะช่วยลดความผันผวนในระยะยาวและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตลาด แต่นักลงทุนควรระมัดระวังการเก็งกำไรระยะสั้นและติดตามการปรับตัวของแต่ละโปรโตคอลอย่างใกล้ชิด
Educational analysis, not financial advice. Trading involves risk.
รับสัญญาณเทรดเรียลไทม์
จุดเข้า เป้าหมาย และจุดตัดขาดทุน สำหรับทองคำ คริปโต และฟอเร็กซ์ คัดสรรโดยทีมงาน

