อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม หนุนกรณีแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย

อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม สนับสนุนกรณีที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติและอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก
FOMC — Hawkish / rate hike
Typical directional bias by asset when this plays out — from the VNIX macro impact model. Educational, not financial advice.
VNIX Quick Take
- อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
- ข้อมูลนี้ตอกย้ำความเป็นไปได้ที่ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า หลังเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อเดือนที่แล้ว
- ค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นและคู่เงิน USD/JPY
เงินเฟ้อพื้นฐานญี่ปุ่นเร่งตัวในเดือนกรกฎาคม สวนทางคาดการณ์
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่น ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสด และเป็นตัวเลขที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าอาจชะลอตัวลง
ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่าภาวะเงินเฟ้อในญี่ปุ่นยังคงมีแรงกดดัน แม้รัฐบาลจะออกมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานและอาหารก็ตาม ส่งผลให้ BOJ มีเหตุผลมากขึ้นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หลังเพิ่งปรับขึ้นไปเมื่อเดือนที่แล้ว สู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี
นักลงทุนจับตาว่า BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งจะส่งผลต่อค่าเงินเยนและตลาดการเงินทั่วโลก
อะไรคือปัจจัยหนุนเงินเฟ้อญี่ปุ่น และทำไม BOJ ถึงต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย
ค่าจ้างที่สูงขึ้นและต้นทุนนำเข้าที่เพิ่มขึ้น
สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวขึ้น มาจากค่าจ้างแรงงานที่ปรับสูงขึ้น หลังจากการเจรจาเงินเดือนประจำปีของบริษัทใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้ต้นทุนด้านบริการปรับตัวขึ้นตาม
นอกจากนี้ ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและพลังงานสูงขึ้น แม้รัฐบาลจะตรึงราคาพลังงานไว้บางส่วนก็ตาม
แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและทิศทางนโยบาย
BOJ ต้องการเห็นเงินเฟ้อที่ยั่งยืนที่ระดับ 2% อย่างมั่นคง หลังญี่ปุ่นเผชิญกับภาวะเงินฝืดมานานหลายสิบปี การที่เงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวขึ้น ทำให้ BOJ มีความมั่นใจมากขึ้นว่า วงจรราคาและค่าจ้างที่เป็นบวกกำลังก่อตัวขึ้น
อย่างไรก็ดี BOJ ยังต้องระมัดระวังไม่ให้การขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปจนกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคครัวเรือนที่ยังเปราะบาง
จับตาระดับสำคัญของค่าเงินเยนและตลาดหุ้นญี่ปุ่น
หลังข่าวเงินเฟ้อเร่งตัว ค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนักลงทุนจับตาระดับแนวรับที่ 145 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ทางการญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงเมื่อปีที่แล้ว หากเยนแข็งค่าผ่านแนวนี้ อาจมีแรงซื้อดอลลาร์กลับมา
สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 อาจเผชิญแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่า เนื่องจากจะลดกำไรของบริษัทส่งออก นักลงทุนควรติดตามการเคลื่อนไหวของ ดัชนี Nikkei และคู่เงิน USD/JPY อย่างใกล้ชิด
มุมมองต่อนักเทรด: วิธีใช้ข้อมูลเงินเฟ้อญี่ปุ่นในการเทรด
ข้อมูลเงินเฟ้อญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า BOJ จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างไรต่อไป นักเทรดที่สนใจคู่เงินเยน ควรจับตาสัญญาณจากผู้ว่าการ BOJ และถ้อยแถลงของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หลังการประชุมครั้งหน้า
การใช้เครื่องมือทางเทคนิค เช่น Moving Average และ RSI บนกราฟ USD/JPY จะช่วยระบุจังหวะเข้าซื้อหรือขายได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การติดตาม ห้องสัญญาณเทรด ของ VNIX จะช่วยให้เห็นมุมมองของเทรดเดอร์คนอื่นๆ ต่อทิศทางค่าเงินเยน
สำหรับนักเทรดที่ยังใหม่ การทำความเข้าใจพื้นฐานของ ตลาดฟอเร็กซ์ และผลกระทบของนโยบายการเงินต่อค่าเงิน จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ก่อนเริ่มเทรดจริง ควรเลือก โบรกเกอร์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยของเงินทุน
In VNIX's view
การเร่งตัวของเงินเฟ้อพื้นฐานญี่ปุ่นในครั้งนี้ สะท้อนว่า BOJ ยังคงเดินหน้าปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติได้ต่อไป แม้จะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในประเทศก็ตาม นักลงทุนควรเตรียมรับมือกับความผันผวนของค่าเงินเยนและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง หลังการประชุม BOJ ครั้งถัดไป
บทวิเคราะห์เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การเทรดมีความเสี่ยง
ยังไม่รู้ว่าเครื่องมือไหนเหมาะกับคุณ?
ทำแบบทดสอบ 2 นาที รับคำแนะนำที่ตรงกับสไตล์การเทรดของคุณ

