ข่าว
Commodities

10 อันดับผู้ผลิตน้ำมันดิบปี 2025: สหรัฐฯ ครองแชมป์

EnergyNow.com July 29, 2026
10 อันดับผู้ผลิตน้ำมันดิบปี 2025: สหรัฐฯ ครองแชมป์

สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในปี 2025 ตามด้วยรัสเซียและซาอุดีอาระเบีย ดูอันดับเต็มและการเปลี่ยนแปลงสำคัญ

Share

VNIX Quick Take

  • สหรัฐฯ ผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ย 13.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2025 คิดเป็น 15% ของอุปทานโลก
  • รัสเซียแซงซาอุดีอาระเบียขึ้นอันดับ 2 หลังเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 11.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • กลุ่ม OPEC+ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับผู้ผลิตนอกกลุ่ม โดยเฉพาะสหรัฐฯ และบราซิล

สหรัฐฯ ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งน้ำมันโลกในปี 2025

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2025 ด้วยปริมาณการผลิตเฉลี่ย 13.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 12.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2024 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก การผลิตที่เพิ่มขึ้นมาจากการขยายกำลังการผลิตในแหล่ง Permian Basin และ Bakken Shale โดยมีบริษัทเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

รัสเซียแซงหน้าซาอุดีอาระเบียขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยปริมาณการผลิต 11.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียผลิตได้ 10.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียปรับกลยุทธ์เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังคงยึดมั่นในกรอบการผลิตของ OPEC+ อย่างเคร่งครัด

ปัจจัยหนุนการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป

การเติบโตของ shale oil ในสหรัฐฯ และบราซิล

สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการขุดเจาะแนวนอนและการแตกหักด้วยแรงดันน้ำ (fracking) ทำให้สามารถผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ราคาน้ำมันโลกจะผันผวนก็ตาม ขณะที่บราซิลกลายเป็นผู้ผลิตนอก OPEC+ รายสำคัญ โดยเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2025 จากแหล่งน้ำมันใต้ทะเลลึกในแอ่ง Santos

นโยบาย OPEC+ และการปรับลดกำลังการผลิต

กลุ่ม OPEC+ ยังคงใช้กลยุทธ์ควบคุมอุปทานเพื่อพยุงราคา โดยซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นแกนนำในการปรับลดกำลังการผลิต อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ และบราซิลผลิตเพิ่มขึ้นทำให้ OPEC+ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา กำลังการผลิตส่วนเกินของ OPEC+ ลดลงจาก 5% ของอุปทานโลกเหลือเพียง 3% ในปี 2025

ระดับราคาและปริมาณที่ต้องจับตา

นักลงทุนควรติดตามปริมาณการผลิตของสหรัฐฯ ในแต่ละเดือน เพราะหากการผลิตยังคงเพิ่มขึ้นเกิน 13.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน อาจกดดันราคาน้ำมันดิบ WTI ให้ลงมาทดสอบแนวรับที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในทางกลับกัน หาก OPEC+ ตัดสินใจลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม ราคาน้ำมันอาจดีดตัวขึ้นสู่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ควรจับตาสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ รายสัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอุปทานล้นตลาด

มุมมองต่อ trader และกลยุทธ์ที่อาจใช้

สำหรับเทรดเดอร์ที่สนใจน้ำมันดิบ การเปลี่ยนแปลงอันดับผู้ผลิตโลกสะท้อนถึงการปรับสมดุลของอุปทานในระยะยาว สหรัฐฯ ที่ผลิตเพิ่มขึ้นอาจทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้ม sideways ถึงขาลงในระยะกลาง เว้นแต่จะมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบอุปทาน อย่างไรก็ตาม การที่ OPEC+ ยังคงควบคุมอุปทานอยู่ช่วยจำกัด downside กลยุทธ์ที่ trader อาจพิจารณาคือการเทรดแบบ range-bound โดยใช้แนวรับและแนวต้านทางเทคนิคร่วมกับปัจจัยพื้นฐาน เช่น รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

อีกปัจจัยสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปกติเมื่อดอลลาร์แข็งค่า ราคาน้ำมันมักอ่อนตัวลง ดังนั้น trader ควรติดตามนโยบายการเงินของ Fed ผ่าน เครื่องมือติดตามราคา และใช้ ตัวชี้วัดทางเทคนิค เช่น RSI และ Moving Average เพื่อหาจุดเข้า-ออกที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย (volume) และ open interest ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI และ Brent สามารถบอกถึงทิศทางของนักลงทุนสถาบันได้ หาก open interest เพิ่มขึ้นพร้อมราคาที่สูงขึ้น อาจบ่งชี้แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ในทางกลับกัน หาก open interest ลดลงขณะราคาลง อาจเป็นสัญญาณของการกลับตัว

In VNIX's view

การที่สหรัฐฯ ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ขณะที่ OPEC+ กำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งตลาด เทรดเดอร์ควรเฝ้าระวังการประชุม OPEC+ ครั้งต่อไป ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น

Educational analysis, not financial advice. Trading involves risk.

ดูราคาทุกสินทรัพย์ในที่เดียว

ราคาทองคำ คริปโต ฟอเร็กซ์ และหุ้นสหรัฐแบบสด พร้อมฮีตแมป

เปิด Price Now

คำถามที่พบบ่อย

สหรัฐฯ ผลิตน้ำมันได้มากที่สุดในโลกจริงหรือ?
ใช่ สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในปี 2025 ด้วยปริมาณ 13.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจาก EIA
ทำไมรัสเซียถึงแซงซาอุดีอาระเบีย?
รัสเซียเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ขณะที่ซาอุดีอาระเบียยึดมั่นในข้อตกลง OPEC+ ที่จำกัดการผลิต
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อราคาน้ำมันอย่างไร?
การผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ และบราซิลอาจกดดันราคาน้ำมันในระยะกลาง แต่ OPEC+ ยังคงควบคุมอุปทานเพื่อพยุงราคา ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ราคาน้ำมันปัจจุบัน